Didymocarpus
Five new species of Didymocarpus are described from Thailand: Didymocarpus brevicalyx Nangngam & D.J.Middleton, Didymocarpus formosus Nangngam & D.J.Middleton, Didymocarpus kasinii Nangngam & D.J.Middleton, Didymocarpus pauciflorus Nangngam & D.J.Middleton and Didymocarpus tribounii Nangngam & D.J.Middleton. Full descriptions, distributions, ecology, phenology and colour plates are provided for all taxa.
🔴Didymocarpus brevicalyx Nangngam & D.J.Middleton
Didymocarpus brevicalyx Nangngam & D.J. Middleton, sp. nov. Didymocarpus brevicalyx is similar to D. wattianus Craib in the corolla shape and colour but differs in corolla size (c. 4.5 cm long in D. brevicalyx, 6–7 cm long in D. wattianus) and in having a very short calyx tube which is only 3 mm long (1.9 cm long in D. wattianus).− Type: Thailand, Sakon Nakhon, Huai Wian Phrai, Phu Phan National Park, 340 m, 1 Aug. 1999, M. Newman 952 (holotype e!). Fig. 1A.
abruptly at c. 1.5 cm from the base, widest at throat, diameter c. 8 mm; anterior (lower) lip 3-lobed, lobes orbicular, c. 7 x 7 mm, more or less equal, apices rounded; posterior (upper) lip 2-lobed, lobes orbicular, c. 5 x 5 mm, apices rounded. Fertile sta- mens inserted c. 2.2 cm from the base of the corolla; filaments slender, glabrous, 7 mm long, vesicular hairs on the connective; anthers oblong, c. 2.5 x 1 mm, tips and bases rounded, white-bearded; stami- nodes 3, reduced to filaments, c. 3–5 mm long, glabrous, tips with few multicellular glandular hairs. Disc cupular, c. 1 mm long, margin irregular. Ovary cylindric, c. 3 cm long, densely covered with multicellular glandular hairs; stigma peltate, concave, papillose. Capsules unknown.
Thailand.— NORTH-EASTERN: Sakon Nakhon [Huai Wian Phrai, Phu Phan National Park, 340 m, 1 Aug. 1999, M. Newman 952 (holotype e!); Phu Phan Ratchaniwet Palace, 17 ̊10′N 104 ̊09′E, 11 Dec. 1980,
🔴Didymocarpus formosus Nangngam & D.J.Middleton
🔴Didymocarpus kasinii
Nangngam & D.J.Middleton
🔴Didymocarpus pauciflorus Nangngam & D.J.Middleton
กระดิ่งดอกเล็ก
พืชอิงอาศัยหายากจากป่าดิบเขาอุ้มผาง
พืชอิงอาศัยบนเปลือกต้นไม้ใหญ่ ลำต้นสั้น ใบเรียงตรงข้าม 2-3 คู่ ใบที่อยู่ตรงข้ามกันมักมีขนาดไม่เท่ากัน พบบ้างที่เรียงเป็นวงรอบ 3 ใบ ที่โคนต้น ช่อดอกออกที่ปลายยอด มีดอกจำนวนน้อย (pauciflorus = few-flowered inflorescence) ดอกสีชมพูอ่อน แฉกกลีบดอก 3 กลีบล่าง มีเส้นสีแดงกลางแฉกกลีบด้านใน กระดิ่งดอกเล็กเป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย (endemic) พรรณไม้ต้นแบบ D. J. Middleton, P. Karaket, S. Suddee & P. Triboun 5272 เก็บจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลม กาญจนบุรี
ทีมสำรวจพรรณไม้อุ้มผาง
เอกสารอ้างอิง:
Nangngam, P. & Middleton, D. J. 2014. Five new species of Didymocarpus (Gesneriaceae) from Thailand. Thai Forest Bulletin (Botany) 42: 35–42.
🔴Didymocarpus tribounii
Nangngam & D.J.Middleton.
กระดิ่งใบกลม
กระดิ่งใบกลม กระดิ่งไตรบุญ จากเขาหินปูนเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ไม้ล้มลุกขึ้นตามซอกหิน ใบเรียงตรงข้าม ดอกออกเป็นช่อ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด สีม่วงอมชมพู ออกดอกช่วงหน้าฝน เป็นพรรณไม้ชนิดใหม่ของโลก ตีพิมพ์ในวารสาร Thai Forest Bulletin (Botany) 42: 40 ปี 2014 คำระบุชนิด ‘tribounii’ ตั้งให้เป็นเกียรติแก่ ดร. ปราโมทย์ ไตรบุญ ผู้เชี่ยวชาญพืชวงศ์ชาฤๅษีของไทย
ขอขอบคุณ ผศ.ดร. ปราณี นางงาม
ขอขอบคุณ ผศ.ดร. ปราณี นางงาม
🔴Didymocarpus biserratus
Barnett
ข้าวก่ำผา
พรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย (endemic) พบทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ข้าวก่ำผาเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี ใบเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ใบที่เรียงตรงข้ามขนาดไม่เท่ากัน (anisophyllous) รูปรีถึงรูปวงกลม กว้าง 3-9 ยาว 6-14 ซม. ปลายแหลมถึงมน โคนมนกลมถึงรูปหัวใจ ขอบจักฟันเลื่อยซ้อน แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ด้านล่างมีขน ช่อดอกออกที่ปลายยอดหรือซอกใบใกล้ปลายยอด กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมกันเป็นหลอดรูประฆัง กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอดรูปทรงกรวย สีม่วงเข้ม มีเส้นสีขาวตามยาว ทั้งกลีบเลี้ยงและกลีบดอกเกลี้ยง
.
ตัวอย่างต้นแบบ Smitinand 1870 เก็บโดย ศ. ดร.เต็ม สมิตินันทน์ จากอุยานแห่งชาติภูกระดีง จังหวัดเลย เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 1954
.
ขอขอบคุณ ผศ. ดร.ปราณี นางงาม แห่งมหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้เชี่ยวชาญพืชสกุล Didymocarpus ของไทย สำหรับชื่อพฤกษศาสตร์
เอกสารอ้างอิง:
Nangngam, P. & Maxwell, J. F. 2013. Didymocarpus (Gesneriaceae) in Thailand. Gardens’ Bulletin Singapore 65(2): 185–225.
ที่มา : หอพรรณไม้ Forest Herbarium - BKF
🔴Didymocarpus insulsus
Craib
กำปองดิน
พรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย (endemic) พบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กำปองดินเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี ใบเรียงเป้นวงรอบ 3 ใบ ขนาดไม่เท่ากัน รูปรีถึงรูปขอบขนาน กว้าง 6.5-13.5 ยาว 9.5-20 ซม. ปลายมน โคนรูปลิ่ม ขอบจักฟันเลื่อยถี่ไม่เป็นระเบียบ แผ่นใบกึ่งหนาคล้ายแผ่นหนัง ด้านบนมีขนประปราย ด้านล่างเกลี้ยง ช่อดอกออกตามซอกใบ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ แยกจากกัน กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอดรูปทรงกรวย สีม่วงจางถึงม่วงแดง ฝักรูปทรงกระบอกแคบ
ตัวอย่างต้นแบบ Unknown collector 93 เป็นตัวอย่างที่ได้จากการเพาะเมล็ดที่ส่งไปที่แอเบอร์ดีนโดยหมอคาร์ ซึ่งออกดอกในเดือนตุลาคม ปี 1925 โดยในเอกสารตีพิมพ์ครังแรกได้ระบุไว้ว่า plant from Thailand cultivated in Aberdeen from seeds received from Dr. A.F.G. Kerr which flowered in Aberdeen in October 1925 ในอดีตมีพรรณไม้หลายชนิดที่ถูกตีพิมพ์เป็นชนิดใหม่จากต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ด บางครั้งไม่ได้เก็บเมล็ดมาโดยตรงจากต้นนั้น ๆ แต่เมล็ดได้ติดมากับต้นอื่น ๆ ที่นำมาปลูกลงกระถาง เมื่อต้นไม้โตขึ้นนักพฤกษศาสตร์ก็ไม่ได้ถอนทิ้ง ปล่อยให้เจริญเติบโต ออกดอก ออกผล จนทราบว่าเป็นชนิดใหม่ มีหลายชนิดได้จากกระถางต้นไม้ของหมอคาร์
ขอขอบคุณ ผศ. ดร.ปราณี นางงาม ผู้เชี่ยวชาญพืชสกุล Didymocarpus ของไทยแห่งมหาวิทยาลัยนเรศวร สำหรับชื่อพฤกษศาสตร์
เอกสารอ้างอิง:
Nangngam, P. & Maxwell, J. F. 2013. Didymocarpus (Gesneriaceae) in Thailand. Gardens’ Bulletin Singapore 65(2): 185–225.
🔴Didymocarpus aureoglandulosus C.B.Clarke
ดอกกระดิ่ง
Fig 1A ดอยสุเทพ-ปุย แจ้ซ้อน ดอยลาง ดอยภูคา สิงหาคม-กันยายน
🔴Didymocarpus dongrakensis B. L. Burtt
ข้าวก่ำดงรัก, ม่วงดงรัก
🔴Didymocarpus inflatus J. F. Maxwell &
Nangngam
ชมพูภูหิน
Fig 2C น้ำตกแม่กำปอง แม่ออน เชียงใหม่ ภูหินร่องกล้า สิงหาคม-กันยายน
🔴Didymocarpus jaesonensis Nangngam & J. F. Maxwell
ข้าวก่ำผาแจ้ซ้อน
Fig 4A แจ้ซ้อน ลำปาง August-September
🔴Didymocarpus kerrii Craib
กำปองดอกเล็ก
Fig 4B อ่างกา แจ้ซ้อน ภูคา july-september
ข้าวตอกฤๅษี
Fig4C เขาคิชกูฏ june-july
🔴Didymocarpus megaphyllus Barnett
พวงสายรุ้ง
Fig4D น้ำตกสายรุ้ง ตรัง คีรีวง เขาหลวง august-october
Fig6A น้ำตกโยง นครศรีธรรมราช น้ำตกโตนงาช้าง สงขลา august- november
🔴Didymocarpus payapensis Ngangam & J. F. Maxwell
ม่วงพายัพ
Fig6B ดอยสุเทพ-ปุย แม่งาว ลำปาง ขุนตาล น้ำตกห้วยทราย อุตรดิษถ์
september-november
🔴 Didymocarpus geesinkianus B. L. Burtt
เทียนเขาพ่อตา
ระนอง เขาพ่อตาหลวงแก้ว june
🔴Didymocarpus wattianus Craib
ม่วงดอกใหญ่
น้ำตกมหิดล สุเทพปุย ดอยภูคา
September
🔴Didymocarpus sp. ข้าวก่ำภูวัว
ข้าวก่ำภูวัว Didymocarpus sp. (Gesneriaceae) ไม้ล้มลุกในวงศ์ชาฤๅษี จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ มักพบขึ้นตามหน้าผาหินทรายที่ชื้นแฉะริมน้ำตก ใบประดับพลิ้ว บิดม้วนงอกลับ กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว หลอดกลีบดอกสีม่วงแดงเข้ม บิดโค้งห้อยลงโดยมีแฉกกลีบดอก 5 กลีบ แผ่ออกที่ปลายหลอด ลักษณะช่อดอกคล้ายข้าวก่ำผา Didymocarpus biserratus Barnett แต่ช่อดอกมีขนต่อมและรังไข่มีขนในขณะที่ข้าวก่ำผามีช่อดอกและรังไข่เกลี้ยง คล้ายข้าวก่ำเขาใหญ่ Didymocarpus epithemoides B. L. Burtt 
* ทีมสำรวจพรรณไม้ภูวัว-ภูลังกา
🔴Didymocarpus sp. กระดิ่งดอกขาวภูลังกา
กระดิ่งดอกขาวภูลังกา Didymocarpus sp. (Gesneriaceae) ไม้ล้มลุกบนหน้าผาหินทราย อุทยานแห่งชาติภูลังกา ฝั่งอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกเกลี้ยง กลีบเลี้ยงสีนวล กลีบดอกสีขาวบริสุทธิ์ พืชสกุลดอกกระดิ่งในประเทศไทยมีความหลากหลายของชนิดค่อนข้างสูง ทุกชนิดมีดอกสวยงามและบานในช่วงฤดูฝน ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาได้จากการออกสำรวจที่ถูกที่และถูกเวลา กระดิ่งดอกขาวภูลังการอการศึกษาอย่างละเอียดจากผู้เชี่ยวชาญพืชสกุลดอกกระดิ่งของไทย ผศ. ดร.ปราณี นางงาม จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
* ทีมสำรวจพรรณไม้ภูวัว-ภูลังกา
🔴Didymocarpus kwanjaiae Nangngam & Suddee
กระดิ่งแดงผาสีดา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น