การกระจาย. มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย จนถึงขณะนี้รู้จักกันเฉพาะจากประเภทท้องที่นิเวศวิทยา แดดเปิดหรือใต้ร่มเงาของป่าดิบแล้งบนหน้าผาหินปูนสูงชัน เหนือระดับน้ำทะเล10–200 ม. ออกดอกและติดผลในเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม ภาษาถิ่น ชาฤาษีใยแมงมุม).นิรุกติศาสตร์. ฉายาเฉพาะหมายถึงขนแมงมุมหนาแน่นที่ปกคลุมอยู่Fig.1 A. Paraboea arachnoidea Triboun. B. Paraboea axillaris Triboun. C–D. Paraboea bhumiboliana
|
Triboun 3608, 14 กรกฎาคม 2549, ประเทศไทย, ตาก, อุ้มผาง, ปะหละทะการกระจาย. มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย จนถึงขณะนี้รู้จักกันเฉพาะจากประเภทท้องที่นิเวศวิทยา บนหินปูนในป่าดิบแล้งหรือป่าเบญจพรรณ ในความสูง 600–900 ม. เหนือระดับน้ำทะเลในถิ่นที่อยู่อาศัยเดียวกับ Paraboea Takesis และ P. vachareeae ปรากฏการณ์วิทยา ออกดอกและติดผลในเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม ภาษาถิ่น (ข้าวตอกฤาษี). นิรุกติศาสตร์. ฉายาเฉพาะหมายถึงซอกใบที่แตกต่างกันในซอกใบ
P. Triboun, T. Chuchan, S. Pintasean, C. Intasan & J. Sittikan 3980, 1 กันยายน 2550, ประเทศไทย, ลำพูน, ลี้, เขื่อนภูมิพล, แม่ปิง
Paraboea bhumiboliana มีลักษณะคล้ายกับ Paraboea สายพันธุ์ใหม่ Takesis Triboun ในกาบกลม มีกลีบเลี้ยงและดอกสีขาวเด่นชัด แต่มีความแตกต่างกันที่ขนบนใบและมักมีดอกน้อยกว่า (2–5 ใน P. bhumiboliana, 2–8 ใน P. Takesis)
การกระจาย. มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย จนถึงขณะนี้รู้จักกันเฉพาะจากประเภทท้องที่นิเวศวิทยา บนหน้าผาหินปูนและเนินลาดเหนือแม่น้ำในป่าดิบแล้งถึงป่าเบญจพรรณ ออกดอกและติดผลช่วงเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม เป็นพันธุ์พื้นเมือง ภูมิพลินทร์ (ภูมิพลินทร์) พระราชทานชื่อโดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นิรุกติศาสตร์ ฉายาเฉพาะหมายถึงพื้นที่รวบรวมในพื้นที่เขื่อนภูมิพลในจังหวัดลำพูนและตากในประเทศไทย
ชื่อนี้ยังเป็นการเชิดชูพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแห่งประเทศไทย ผู้ทรงสนพระทัยในการอนุรักษ์ป่าไม้และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับสิ่งแวดล้อม สายพันธุ์นี้อุทิศให้กับพระองค์ ท่านเนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพปีที่ 84 Fig.3 A–B. Paraboea doitungensis Triboun & D.J. Middleton. C. Paraboea eburnea Triboun. D. Paraboea insularis Triboun. (Photos: P. Triboun)
ตัวอย่างต้นแบบเก็บจากเกาะเขาหินปูนกลางทะเล(เกาะหินใบ)ในพื้นที่รอยต่อจังหวัดพังงาและกระบี่ หมายเลข P. Triboun, B. Sonsupab & P. Yothakaew 4587 เก็บวันที่ 25 กันยายน 2553 คำระบุชนิด insularis มาจากคำว่าinsular ซึ่งแปลว่า (ซึ่งอยู่บนเกาะ, ที่เป็นเกาะ) นอกจากนี้ทีมงานสำรวจของ BKF ยังมีการพบกระจายพันธุ์เพิ่มเติมบนผืนแผ่นดินในพื้นที่เขาหินปูน บริเวณอุทยานแห่งชาติคลองพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี อีกด้วย
| อุทยานธรรมบ้านในหลวง ตค.25 |
ลักษณะทั่วไป ไม้ล้มลุกอายุหลายปีถึงกึ่งไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรง 7-20 ซม. ใบมี 8-16 ใบ เรียงเป็นวงรอบหรือค่อนข้างกึ่งเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ก้านใบสีน้ำตาลอมเหลือง ใบรูปรีถึงรูปใบหอก แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ช่อดอกแบบช่อกระจุกซ้อนเชิงประกอบ มี 1-3 ดอก ออกใกล้ปลายยอด วงกลีบดอกสีม่วงอ่อน ยอดเกสรเพศเมียเป็นตุ่มมีสีขาวอมเหลือง ผลแบบผลแห้งแตก ทรงรี บิดเป็นเกลียว
เอกสารอ้างอิง
Triboun, P., & Middleton, D. J. 2012. Twenty new species of Paraboea (Gesneriaceae) from Thailand. Gardens’ Bulletin Singapore, 64(2), 333-370.
ที่มา : หอพรรณไม้ Forest Herbarium - BKF
Fig.4 A. Paraboea lavandulodora Triboun. B–C. Paraboea monticola Triboun & D.J. Middleton.D. Paraboea nana Triboun & Dongkumfu. (Photos: P. Triboun) |
Fig.5 A. Paraboea nobilis Triboun & D.J. Middleton. B–C.
Paraboea peninsularis Triboun & D.J. Middleton. D. Paraboea phanomensis Triboun & D.J. Middleton. (Photos: P. Triboun)
| 13)Paraboea quercifolia Triboun, sp. |
| วัดทุ่งสิงห์โต 02/10/25 |
Fig.7 A. Paraboea quercifolia Triboun. B. Paraboea rosea Triboun. C–D. Paraboea sangwaniae Triboun. (Photos: P. Triboun)
| สำรวจและค้นพบบริเวณบริเวณยอดเขาหินปูน บริเวณดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงราย เมื่อปี พ.ศ. 2552 |
| ดอยหัวหมด 8กย25 |
พรรณไม้หายากจากป่าอุ้มผาง วัชรีพรรณ Paraboea vachareea Triboun & Sonsupab (Gesneriaceae)พืชล้มลุกอายุหลายปี ขึ้นบนหินปูน ต้นสูงได้ถึง 25 ซม. ใบเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ช่อดอกออกใกล้ปลายยอด กลีบเลี้ยงสีเขียวอมน้ำตาล โคนเชื่อมติดกันเล็กน้อย กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอดรูประฆัง สีน้ำเงินจาง วัชรีพรรณเป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย (endemic) พบเฉพาะจากแหล่งเก็บตัวอย่างต้นแบบ คำระบุชนิด “vachareea” ตั้งให้เป็นเกียรติแก่ นางวัชรี ประชาศรัยสรเดช อดีตนักพฤกษศาสตร์ประจำพิพิธภัณฑ์พืชกรุงเทพ (Bangkok Herbarium: BK) ขอขอบคุณ ดร.ปราโมทย์ ไตรบุญ ผู้เชี่ยวชาญพืชสกุล Paraboea ของไทย สำหรับชื่อพฤกษศาสตร์ ทีมสำรวจพรรณไม้อุ้มผาง เอกสารอ้างอิง: Triboun, P. & Middleton, D. J. 2012. Twenty new species of Paraboea (Gesneriaceae) from Thailand. Gardens’ Bulletin Singapore 64(2): 333–370. file:///C:/Users/admin/Downloads/part213766.pdf ที่มา : หอพรรณไม้ Forest Herbarium - BKF
Fig.9 A. Paraboea tenuicalyx Triboun. B. Paraboea vachareea Triboun & Sonsupab. C–D. Paraboea xylocaulis Triboun. (Photos: P. Triboun) |
- High Richness: Thailand holds the highest diversity for the genus globally.
- Limestone Specialists: Most species grow strictly on limestone mountains, rock crevices, or shaded forest crags.
- Major Discoveries: Landmark revisions by botanists have added dozens of species native solely to Thai limestone ranges, spanning from northern provinces like Chiang Rai and Nan down to southern peninsular areas and islands in Phang Nga and Krabi.
| Hiking area in Tha Tum 15/08/25 |
พรหมมาสตร์ (ชื่อศรของพระพรหมที่พระรามได้ครอบครองและใช้ปราบพวกยักษ์) เป็นไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 20 ซม. ใบเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉากแนบชิดกัน รูปไข่ กว้าง 3-8 ยาว 7-15 ซม. ปลายมน โคนรูปลิ่มถึงรูปหัวใจตื้น ๆ ขอบจักฟันเลื่อย แผ่นใบบางคล้ายกระดาษ ด้านบนมีขนสั้นนุ่ม ด้านล่างมีขนสีส้มอมน้ำตาลหนาแน่น
ดาดห้อยชนิดนี้เป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย มี เขตการกระจายพันธุ์ทางภาคใต้ พบตามป่าดิบหรือตาม หน้าผาหินปูน ที่สูงตั้งแต่ใกล้ระดับทะเลถึงประมาณ ๒๐๐ ม. ออกดอกเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม เป็นผลเดือน กันยายนถึงธันวา
ชากอบแกบเป็นไม้ล้มลุกหลายปี ลำต้นสูงประมาณ ๗ ซม. รากเป็นกระจุกฝอย
ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ด้านบนเรียงถี่คล้ายกระจุกกุหลาบซ้อน แผ่นใบรูปขอบขนานกว้าง ๓.๒-๕ ซม. ยาว ๔.๕-๘ ซม. ปลายมนกลมโคนรูปลิ่มหรือมน ส่วนล่างสุดอาจเชื่อมหุ้มข้อไปถึงโคนใบที่อยู่ตรงข้าม ขอบหยักมน แผ่นใบบางคล้ายกระดาษ ด้านบนสีเขียวอมเทาอ่อน มีขนสีขาวประปราย ด้านล่างสีน้ำตาลอมเหลืองหม่น มีขนคล้ายขนแกะค่อนข้างหนาแน่นโดยเฉพาะตามเส้นใบเส้นแขนงใบข้างละ ๔-๖ เส้น เส้นใบย่อยเห็นไม่ชัด ก้านใบยาว ๓.๓-๗ ซม.
| ดอยหัวหมด 07/09/25 |
Distribution. Peninsular Malaysia: Perlis, Mata Ayer Forest Reserve, Bukit Rongkit,
and Peninsular Thailand: Songkhla Province, Rattabhume District, Ban
Khamphaengphen.
Habitat and ecology. This species grows with its leaves appressed to the rock surface.
In Peninsular Malaysia it is extremely local but common in earth-filled crevices in
sheer limestone cliffs in shade below the canopy and right up to the summit in light
shade. The summit of Bukit Rongkit is 378 m above sea level.
Conservation status. In Peninsular Malaysia, its status is Least Concern because it
grows within the Perlis State Park, a totally protected area.
Additional specimens examined. PENINSULAR MALAYSIA.Perlis: Mata Ayer Forest Reserve,
Bukit Rongkit, 2 xii 2000, Kiew RK 5153 (SING).
PENINSULAR THAILAND.Songkhla: Kamphaeng Phet [Ban Khamphaengphen], 22 vi 1930,
Kiah 24376 (BM n.v., K n.v., SING).
In Peninsular Malaysia this species was first discovered during a survey of the
conservation status of limestone hills in Perlis (Kiew, 1993). In its long, slender, lax
inflorescences and small flowers it is strikingly similar to Paraboea laxa Ridl.
However, it is different in its petiolate leaves as well as in a number of other
characters
| เขาสมอปูน อช.เขาใหญ่ |
ไม้ล้มลุก บางครั้งมีเหง้า มีขนสั้นนุ่มสีน้ำตาลแดงตามแผ่นใบด้านล่าง และช่อดอก ใบเรียงเป็นกระจุกใกล้โคนรูปรี เบี้ยว ยาว 4–22 ซม. ขอบจักมน ก้านใบยาวได้ถึง 12 ซม. ช่อดอกออกตามซอกใบ ก้านช่อยาว 3.5–22 ซม. ก้านดอกยาว 2–7 มม. กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ รูปไข่ ยาว 1–2.5 มม. ด้านนอกมีขน ดอกสีขาว หลอดกลีบดอกสั้นมาก ดอกบานเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 8 มม. กลีบบน 2 กลีบ ขนาดเล็กกว่ากลีบล่าง 3 กลีบ เล็กน้อย ก้านชูอับเรณูสั้นกว่าหรือยาวกว่าอับเรณู เล็กน้อย อับเรณูยาวประมาณ 2 มม. รังไข่มีนวลแป้ง ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 3 มม. ผลรูปทรงกระบอก ยาวได้ถึง 1.2 ซม. บิดเป็นเกลียว มีนวลแป้ง
พบที่อินเดีย พม่า จีนตอนใต้ และลาว ในไทยพบทางภาคเหนือที่เชียงใหม่ลำปาง และภาคกลางที่เขาใหญ่ จังหวัดนครนายก ขึ้นตามริมลำธารในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ความสูงถึงประมาณ 600 เมตร
พบที่อินเดีย พม่า จีนตอนใต้ และลาว ในไทยพบทางภาคเหนือที่เชียงใหม่ลำปาง และภาคกลางที่เขาใหญ่ จังหวัดนครนายก ขึ้นตามริมลำธารในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ความสูงถึงประมาณ 600 เมตร
| พบที่ลาวและภาคเหนือของไทยที่แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่ และสุโขทัย ขึ้นในป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ความสูง 150-550 เมตร |
B. Paraboea rufescens var. tomentosa (Barnett) Z.R.Xu, stat. เยียรบับผา nov. – Paraboea tomentosa Barnett, Dansk Bot. Ark. 20: 202 (1962). – Type: Thailand, Northern region, Chiengmai [Chiang Mai], Doi Chieng Dao, Larsen 4078 (holo C; iso ABD).
ลักษณะเป็นไม้ล้มลุกหลายปีถึงไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 15–40 เซนติเมตร มักแตกกอ กิ่งและก้านเปราะ ลำต้นส่วนล่างแข็งคล้ายเนื้อไม้ รากแทรกและยึดติดแน่นอยู่ตามซอกหิน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบกึ่งหนาคล้ายแผ่นหนัง รูปไข่ถึงรูปไข่กว้าง ช่อดอกแบบช่อกระจุกสองด้านเชิงประกอบ เรียงกันเป็นคู่สองดอก ออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกสีชมพูอมม่วงอ่อน รูปคล้ายถ้วย ตรงกลางสีขาว มีแต้มสีเหลืองขนาดเล็กบริเวณโคนหลอดกลีบดอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ โคนเชื่อมติดกันเล็กน้อย ปลายแยกกัน กลีบดอก 5 กลีบ ส่วนโคนเชื่อมติดกัน ปลายผายออก เกสรเพศผู้ 5 เกสร ที่สมบูรณ์ 2 เกสร อีก 3 เกสรที่เหลือเป็นหมันและลดรูป เกสรเพศเมียอยู่ตรงกลาง ยอดเกสรเพศเมียเป็นตุ่ม ผลแบบผลแห้งแตก รูปทรงกระบอกแคบ บิดเกลียวเล็กน้อยเมื่อแก่ มีกลีบเลี้ยงขยายขนาดติดทนอยู่ที่โคนผล มีหลายเมล็ด
เยียรบับผาพบได้เฉพาะในนิเวศหินปูนเขตภาคเหนือ
| เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาหนามเหล็ก(ดอยโมอาย) อุทยานแห่งชาติศรีล้านนา กย2026 |
พืชถิ่นเดียวของไทย พบทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ที่กาญจนบุรี ขึ้นบนเขาหินปูน ความสูงประมาณ 850 เมตร
ชื่อพ้อง Dichiloboea strobilacea Barnett, Trisepalum strobilaceum (Barnett) B.L.Burtt
Additional specimens examined. THAILAND. Surat Thani: Takuapah–Surat Thani road, 20– 60 km from Takuapah, 08°539N 98°219E, 100–250 m, 14 vii 1972 (fl), K. Larsen et al. 30949 (AAU, B, E, K, L). Phangnga: Tham Suwankuha, 08°159N 98°409E, in rock crevices, 50 m, 20 vii 1972 (fl), K. Larsen et al. 31181 (AAU).
🔵Paraboea verticillata ชาคูหาภิมุข
THAILAND. Trang: Nam Tai, 20 km N of Trang, limestone rock [07°429N 99°479E], 11 x 1970 (fr), Charoenphol, Larsen & Warncke 3642 (AAU). Krabi: Tam Soea, 10 km N of Krabi, limestone hill [08°109N 98°579E], 50–250 m, 24 x 1991 (fr), K. Larsen et al. 42551 (AAU).
Description: Perennial, rosulate or caulescent herbs, occasionally monocarpic, often woody in lower parts, sometimes with woody straggling branches, young stems densely woolly. Leaves opposite (? spiral in some rosulate species), with arachnoid tomentum, the hairs usually branched. Cymes axillary; branching variously di- or monochasial, sometimes combining to form a terminal thyrse; pedicels of a flower pair usually unequal. Bracteoles inconspicuous to very large, increasing in size in association with reduction in branching of inflorescence, when large overlapping to form a strobilus-like cone and inflorescence branches then very short. Sepals unequally connate to form a three-partite calyx. Corolla obliquely campanulate, white or light violet. Stamens 2, included; anthers with divergent thecae. Ovary conical-cylindrical; stigma linguiform, downcurved over mouth of corolla. Fruit a capsule, usually twisted and dehiscent along both carpels, occasionally along one only, occasionally not twisted and compressed.
🟣Trisepalum bhumibolianum nova(Paraboea bhumiboliana)
นครินทรา เป็นพรรณไม้ชนิดใหม่ของโลก ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2552 โดย กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ เขาหินปูนบริเวณดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น