Kaisupeea
The genus name of Kaisupeea is in honour of Supee Saksuwan Larsen (b. 1939) and her husband Kai Larsen (1926–2012), a Danish botanist. it was first described and published in Nordic J. Bot. Vol.21 on page 116 in 2001.
Known species
According to Kew:
- Kaisupeea cyanea B.L.Burtt
- Kaisupeea herbacea (C.B.Clarke) B.L.Burtt
- Kaisupeea larsenii Triboon,Pansomboon&Bannajit
- Kaisupeea orthocarpa B.L.Burtt
🔴Kaisupeea cyanea B. L. Burtt
แก้วไกรลาศดอกม่วง
พบบริเวณน้ำตก ทางภาคตะวันออกตอนใต้ สระแก้ว, ชลบุรี
Kaisupeea cyanea B.L.Burtt is a rare flowering plant species in the family Gesneriaceae, native to Thailand. Known in Thai as Kaew Krailai Dok Muang, it features distinctive bluish-purple, bell-shaped flowers and grows on rocks near waterfalls in seasonal dry evergreen forests.
Distribution: Rare and endemic to specific eastern and southeastern forest tracts in Thailand, such as Khao Ang Rue Nai Wildlife Sanctuary.
Distribution: Rare and endemic to specific eastern and southeastern forest tracts in Thailand, such as Khao Ang Rue Nai Wildlife Sanctuary.
🔴Kaisupeea herbacea (C. B. Clarke) B. L. Burtt
แก้วไกรลาศ
"แก้วไกรลาศ" อัญมณีแห่งผืนป่าตะวันตก
อุทยานธรรมชาติวิทยา สวนผึ่งราชบุรี เป็นจุดต่ำสุดที่พืชชนิดนี้กระจายพันธุ์มาถึง
อุทยานธรรมชาติวิทยา สวนผึ่งราชบุรี เป็นจุดต่ำสุดที่พืชชนิดนี้กระจายพันธุ์มาถึง
แก้วไกรลาศ.Kaisupeea herbacea* (C. B. Clarke) B. L. Burtt เป็นพรรณไม้ล้มลุกหายากที่มีความงามเป็นเอกลักษณ์ ขึ้นอยู่ตามหน้าผาเขาหินแกรนิตในผืนป่าตะวันตกเฉียงใต้ของไทย โดยพื้นที่อุทยานธรรมชาติวิทยา อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ถือเป็นจุดต่ำสุดที่พืชชนิดนี้กระจายพันธุ์มาถึง สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่น่าทึ่งของพื้นที่แห่งนี้
.
.
แก้วไกรลาศถูกค้นพบครั้งแรกที่ประเทศพม่าในปี ค.ศ. 1837 ตัวอย่างต้นแบบได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สวนพฤกษศาสตร์คิว ประเทศสหราชอาณาจักร ในประเทศไทย พืชชนิดนี้พบได้ทางภาคเหนือในจังหวัดแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่ รวมทั้งภาคตะวันตกเฉียงใต้ในจังหวัดกาญจนบุรี และล่าสุดคือราชบุรี
🔴Kaisupeea larsenii Triboon,Pansomboon&Bannajit
มณีไกรลาส
Kaisupeea larsenii Triboun, Pansomboon & Bannajit, a new species from Ranong ,southern Thailand is newly described. 🔴Kaisupeea orthocarpa B. L. Burtt
แก้วไกรลาศน้อย
This species was observed in Satun Province, Thailand, growing streamside on wet/mossy rocks. It can grow as tall as 25 cm, but will flower on small plants as short as 5 cm.
ลักษณะเป็นไม้ล้มลุกหลายปี มีระยะพักตัว สูง 15–35 เซนติเมตร มักเป็นลำต้นเดี่ยว พบบ้างที่แตกกิ่งห่าง ๆ รากแขนงเป็นกระจุก แทรกและยึดติดแน่นอยู่ตามซอกหิน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบบางคล้ายกระดาษ รูปไข่แกมรูปใบหอกหรือรูปรีแกมรูปใบหอก ขอบใบจักฟันเลื่อย ช่อดอกแบบช่อกระจุกสองด้านเชิงประกอบ เรียงกันเป็นคู่สองดอก ออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกสีม่วง รูปคล้ายถ้วยตื้น มีขนาดเล็ก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ โคนเชื่อมติดกันเล็กน้อย ปลายแยกกัน กลีบดอก 5 กลีบ ส่วนโคนเชื่อมติดกัน ปลายผายออก เกสรเพศผู้ 5 เกสร ที่สมบูรณ์ 2 เกสร อีก 3 เกสรที่เหลือเป็นหมันและลดรูป เกสรเพศเมียอยู่ตรงกลาง ยอดเกสรเพศเมียเป็นตุ่ม ผลแบบผลแห้งแตก รูปทรงกระบอกแคบ มีขนาดเล็ก บิดเกลียวเล็กน้อยเมื่อแก่ มีกลีบเลี้ยงขยายขนาดติดทนอยู่ที่โคนผล มีหลายเมล็ด
แก้วไกรลาศน้อยพบได้เฉพาะบริเวณนิเวศหินปูนในเขตภาคใต้
ตัวอย่างต้นแบบของ Kaisupeea orthocarpa B.L. Burtt คือ Larsen et al. 41176 เก็บจากจังหวัดสตูล
🔴Kaisupeea sp.
แก้วไกรลาสดอกม่วง Kaisupeea sp. (Gesneriaceae) พืชวงศ์ชาฤๅษีขึ้นบนหินปูน ป่าดิบชื้นพังงา ชื่อสกุลตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ Prof. Kai Larsen และภรรยาชาวไทย อาจารย์ Supee Saksuwan Larsen ซึ่งท่านทั้งสองได้ทำการศึกษาและตีพิมพ์ผลงานเกี่ยวกับพรรณไม้ไทยเป็นจำนวนมาก Prof. Kai Larsen ยังเป็นอีกผู้หนึ่งที่ร่วมก่อตั้งโครงการพรรณพฤกษชาติประเทศไทย (Flora of Thailand)
: ทีมสำรวจพรรณไม้ภาคใต้l
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น